product-view
product-view
product-view
product-view
product-view

Canon Lens EF 70-200mm f/4L USM

ยี่ห้อ : Canon - แคนอน | ประเภทสินค้า : กล้อง - Camera

แท็กสินค้า :

฿29,370.00 ฿26,700.00 / Box (กล่อง) ประหยัด 9%

เลนส์ซูมเทเลโฟโต้สมรรถนะสูงที่มีน้ำหนักเบาซึ่งมีค่ารูรับแสงกว้างสุดเท่ากับ f/4 การโฟกัสภายในและ USM ชนิดวงแหวนส่งผลให้สามารถโฟกัสอัตโนมัติได้เงียบและรวดเร็ว ฟิลเตอร์โพราไรซ์ทรงกลมสามารถนำมาใช้ได้อย่างง่ายดายเนื่องจากชิ้นเลนส์ด้านหน้าจะไม่หมุนระหว่างการโฟก
มีสินค้าทั้งหมด 1 Box (กล่อง)

 

Canon Camera Acc Lens EF 70-200mm f/4L USM

 

ให้ผลใกล้เคียงชิ้นเลนส์ฟลูออไรต์

การแก้ไขความคลาดสีจะให้ผลที่ชัดเจนเมื่อใช้ชิ้นเลนส์ฟลูออไรต์ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากฟลูออไรต์มีราคาสูงกว่าวัสดุอื่นๆ จึงไม่นิยมนำมาใช้กับเลนส์มากนัก เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว Canon จึงพัฒนาชิ้นเลนส์ UD (Ultra Low Dispersion) ซึ่งมีดัชนีการหักเหแสงและการกระจายแสงต่ำขึ้น ชิ้นเลนส์ประเภทนี้ถูกนำมาใช้กับเลนส์หลายต่อหลายรุ่น เพราะมีคุณสมบัติที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการกำจัดสเปกตรัมสีทุติยภูมิ
แก้ไขความคลาดสีในระยะเทเลโฟโต้อย่างได้ผล

ฟลูออไรต์เป็นแร่ชนิดหนึ่งซึ่งเป็นรูปผลึกของแคลเซียมฟลูออไรต์ มีคุณสมบัติเกี่ยวกับแสง เช่น ดัชนีการหักเหแสงต่ำและมีการกระจายแสงต่ำ ฟลูออไรต์ตามธรรมชาติมีขนาดเล็กและไม่สามารถใช้ในเลนส์กล้อง DSLR ได้ เมื่อปี 1969 Canon จึงคิดค้นเทคโนโลยีการสร้างผลึกฟลูออไรต์เทียมขึ้นและพัฒนาจนกลายเป็นเทคโนโลยีพิเศษที่มีกระบวนการขัดผิวที่ใช้เวลานานกว่าปกติ 4 เท่า นับเป็นผู้ผลิตรายแรกในโลกที่ประสบความสำเร็จในการใช้ฟลูออไรต์ในเชิงการค้ากับเลนส์ถ่ายภาพ เมื่อใช้คุณสมบัติการกระจายแสงต่ำของฟลูออไรต์ สเปกตรัมสีทุติยภูมิซึ่งเกิดขึ้นกับกระจกออพติคอลแบบเดิมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ได้รับการแก้ไขเกือบทั้งหมด คุณภาพของภาพถ่ายดีขึ้นอย่างมาก ทำให้ถ่ายทอดภาพได้อย่างมีชีวิตชีวา คมชัด และให้รายละเอียดชัดเจน

ทำให้การโฟกัสเงียบและรวดเร็ว

Canon เป็นผู้นำ USM (Ultrasonic Motor) มาใช้ในการผลิตเลนส์เป็นครั้งแรก มอเตอร์ USM ขับเคลื่อนเลนส์โดยการเปลี่ยนแรงสั่นสะเทือนอัลตร้าโซนิคเป็นพลังงานการหมุน ไม่เพียงแต่กินกำลังไฟน้อย แต่ยังมีประสิทธิภาพ แรงบิด และความไวในการตอบสนองมาก ทำให้โฟกัสได้ด้วยความเร็วสูงโดยแทบจะไม่มีเสียงระบบการทำงานเล็ดลอดให้ได้ยิน มอเตอร์ USM มีสองประเภทหลักๆ มอเตอร์ Ring USM รูปทรงกลมมีโครงสร้างที่ไม่ซับซ้อน และเหมาะสำหรับใช้ในท่อเลนส์กลมมากที่สุด เป็นประโยชน์สำหรับการขับเคลื่อนเลนส์ เช่น เลนส์ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาดใหญ่หรือเลนส์ซูเปอร์เทเลโฟโต้โดยเฉพาะ เนื่องจากมีแรงบิดสูงและยังทำการโฟกัสแมนนวลแบบฟูลไทม์ได้ ขณะเดียวกัน มอเตอร์ Micro USM สามารถใช้กับเลนส์ได้หลายประเภท เพราะราคาถูกและไม่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับเส้นผ่าศูนย์กลางเลนส์ ในปี 2002 Canon ผลิตเลนส์ที่มีขนาดเล็กลงกว่าเดิมอีกเพราะมีการพัฒนามอเตอร์ Micro USM II ซึ่งเล็กลงและเบาลงประมาณครึ่งหนึ่งของ Micro USM

Nano USM มอเตอร์ USM ที่บางและเล็ก ซึ่งให้ AF ที่รวดเร็วและราบรื่น

USM ที่บางและมีขนาดกะทัดรัดนี้เป็นรุ่นล่าสุดที่พัฒนาขึ้นโดย Canon และออกสู่ตลาดในปี 2016 โดยติดตั้งในเลนส์ EF-S18-135mm f/3.5-5.6mm IS USM   USM มีรูปร่างคล้ายชิปคอมพิวเตอร์ (อุปกรณ์ที่ช่วยทำให้ดีไซน์เลนส์กะทัดรัดขึ้น) และมีแหล่งพลังงานอยู่ในรูปแบบของทรานสดิวเซอร์ ที่เชื่อมต่อเข้ากับกลไกลการทำงานของ AF โดยตรง มีศักยภาพในแง่ความรวดเร็วและการตอบสนองที่มีประสิทธิภาพไม่แพ้ Ring USM และมีความสามารถในการควบคุมทัดเทียมกับ STM (แบบสกรูนำ) ประโยชน์หลักอยู่ที่สามารถทำให้ AF ในเลนส์ที่มีขนาดกะทัดรัด เชน เลนส์ซูมมาตรฐาน ทำงานได้อย่างเงียบเชียบและราบรื่น ทั้งยังเหมาะสำหรับการถ่ายภาพเคลื่อนไหว เนื่องจาก AF ที่มีความเร็วสูงสามารถรับมือกับฉากที่ตัวแบบเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง รวมถึงตัวแบบที่คาดเดาการเคลื่อนไหวไม่ได้อีกด้วย


กลุ่มตัวอย่างของเลนส์ EF-S18-135mm f/3.5-5.6 IS USM เผยโฉมออกมาในปี 2016 และเป็นเลนส์ตัวแรกที่ติดตั้ง Nano USM เมื่อเราเลื่อนด้านบนของแถบเลื่อนจะเห็นได้ว่า Nano USM ช่วยขับเคลื่อนแหล่งจ่ายไฟหลักของ AF โดยตรง เนื่องจากมอเตอร์ชนิดนี้ไม่เพียงให้ AF ที่รวดเร็วและราบรื่นเท่านั้น แต่ยังมีขนาดเล็กกะทัดรัดอีกด้วย จึงทำให้เลนส์ที่ใช้มอเตอร์ตัวนี้มีขนาดใกล้เคียงกันกับเลนส์ STM

ให้การโฟกัสอัตโนมัติแม่นยำและความเร็วสูง

ระบบการโฟกัสภายในและการโฟกัสด้านหลังจะปรับโฟกัสโดยการขยับชิ้นเลนส์ภายในเลนส์เพียงบางส่วนเท่านั้น การโฟกัสภายในคือระบบที่กลุ่มเลนส์โฟกัสที่อยู่หน้าม่านรูรับแสง ขณะที่หากกลุ่มเลนส์โฟกัสอยู่หลังม่านรูรับแสงจะเป็นการโฟกัสด้านหลัง เนื่องจากจำนวนชิ้นเลนส์ที่ต้องขยับมีจำนวนน้อยลง ความรวดเร็วในการโฟกัสจึงเพิ่มขึ้น รวมถึงขนาดและน้ำหนักของเลนส์โดยรวมยังลดลงด้วย นอกจากนี้ ด้านหน้าของเลนส์จะไม่ยื่นออกระหว่างการโฟกัส ดังนั้น จึงทำให้การผลิตโครงสร้างเลนส์โดยรวมง่ายขึ้น ส่งผลให้เลนส์รูปแบบนี้มีความทนทานยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ข้อได้เปรียบของระบบนี้คือจะเพิ่มความสามารถในการทำงานของฟิลเตอร์โพลาไรซ์ เนื่องจากเมาท์ฟิลเตอร์ไม่หมุนในขณะโฟกัส

 

เปิดใช้งานแมนนวลโฟกัสทันทีหลังการโฟกัสอัตโนมัติ

เลนส์ EF ของ Canon หลายรุ่นมี "ระบบการโฟกัสแมนนวลแบบ Full-time" ซึ่งจะปรับระบบเป็นแมนนวลโฟกัสทันทีหลังทำการโฟกัสอัตโนมัติเสร็จ เพียงแค่หมุนวงแหวนโฟกัส และไม่ต้องปรับค่าไปที่โหมด MF เลนส์ที่มี Ring USM และ STM ทุกรุ่นรองรับระบบแมนนวลโฟกัสแบบฟูลไทม์

ที่มา: http://www.canon-asia.com

 

คุณสมบัติสินค้า

 

Focal Length:

70 - 200 mm., Comparable APS-C 1.6x Focal, Length: 112 - 320 mm.

Maximum Aperture:

f/4

Minimum Aperture:

f/32

Lens Construction:

16 elements/13 groups

Minimum Focus Distance:

35 mm.

Maximum Reproduction Ratio:

0.21x

Number of Diaphragm Blades:

8

Picture Angle:

34° - 12°

Focus Adjustment:

Yes

Image Stabilizer:

No

Filter Attachment Size:

67 mm.

Hood:

N/A

In The Box:

1 x Lens EF 70-200mm f/4L USM

Dimensions:

7.90 x 11.90 cm.

Weight:

0.71 Kg.

Waranty:

1 Year

Option:

N/A

ไม่มีวิดีโอ
ไม่มีรีวิว

สินค้าที่เกี่ยวข้อง